จังหวัดอุทัยธานี ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ประมาณ 6,730 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและและภูเขาสูง สภาพป่าไม้ของจังหวัดอุทัยธานีอุดมสมบูรณ์มีความหลากหลายทางธรรมชาติ เขตรักษาพันธุ์ห้วยขาแข้งจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่ควรค่าแก่การดูแลรักษาและนำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทยทุกคน

ดินแดนบางส่วนพบหลักฐานว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์และเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมือง ได้แก่เมืองโบราณบึงคอกช้างในสมัยทวารวดี เมืองโบราณบ้านใต้ เมืองโบราณบ้านคูเมือง และ เมืองโบราณการุ้ง

ตามตำนานกล่าวว่าในสมัยสุโขทัยท้าวมหาพรหมได้เข้ามาสร้างเมืองที่บ้านอุทัยเก่า(อำเภอหนองฉาง)แล้วพาคนไทยมาอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านกะเหรี่ยงและหมู่บ้านมอญจึงเรียกว่า "เมืองอู่ไทย" ตามกลุ่มหรือที่อยู่ของคนไทย ต่อมาเกิดความแห้งแล้งกระแสน้ำเปลี่ยนทางเมืองจึงถูกทิ้งร้าง ในสมัยอยุธยาชาวกะเหรี่ยงชื่อ "พะตะเบิด" เข้ามาปรับปรุงเมืองอู่ไทยโดยขุดทะเลสาบขังน้ำไว้ใกล้เมืองและเป็นผู้ปกครองเมืองอู่ไทยเก่าคนแรก ชื่อเมืองจึงเรียกเพี้ยนเป็น "เมืองอุไทย" ตามสำเนียงชาวกะเหรี่ยงและมีฐานะเป็นหัวเมืองหน้าด่านชั้นนอกสกัดกั้นกองทัพพม่าที่จะเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือนที่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรังมากขึ้น และได้กลายเป็นที่ตั้งของตัวเมืองอุทัยธานีในปัจจุบัน

อุทัยธานีมีสถานที่น่าสนใจทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีหลายแห่งที่น่ามาเที่ยวชมและศึกษาหาความรู้ อีกทั้งมีสินค้าที่ระลึกประเภทหัตถกรรมและอาหารการกินมากมายเช่นหน่อไม้รวก ข้าวเกรียบปลา ผลไม้แช่อิ่ม ผ้าทอ เครื่องจักสานซึ่งสามารถนำกลับไปเป็นของฝากได้

   
       
   


 

ชื่อโรงแรม

ที่อยู่โรงแรมที่พัก

เว็บไซต์

อำเภอเมือง

พิบูลย์สุข

336 ถ.ศรีอุทัย ต.อุทัยใหม่ โทร. 0 5651 1048, 0 5651 1647 โทรสาร 0 5651 1003 จำนวน 79 ห้อง ราคา 190-500 บาท

 

ห้วยขาแข้งเชษฐศิลป์ 26 ถ.พหลโยธิน ต.อุทัยใหม่ โทร. 0 5652 4833-5, 0 5651 1263 โทรสาร 0 5651 1264 จำนวน 120 ห้อง ราคา 650-2,500 บาท
อมรสุข 171/23 ถ.รักการดี ต.อุทัยใหม่ (ตรงข้ามโรงพยาบาลอุทัยธานี) โทร. 0 5651 1693 โทรสาร 0 5652 4339 จำนวน 37 ห้อง ราคา 150-350 บาท
อมรสุข 240/12 ถ.มณีรัตน์ ต.อุทัยใหม่ โทร. 0 5651 2164 จำนวน 22 ห้อง ราคา 150-350 บาท
อุทัย ไอยรา ปาร์ค โฮเต็ล แอนด์ รีสอ 55 ม.4 ต. หาดทนง อยู่บนทางหลวงหมายเลข 333 ก่อนถึงตัวเมืองอุทัยธานี 8 กม. โทร. 0 5651 6333 โทรสาร 0 5651 6222

อำเภอบ้านไร่

สวนห้วยป่าปก รีสอร์ท 149 ม.3 ต.บ้านไร่ โทร. 0 5653 9085, 0 1948 1397 บ้านพัก 41 หลัง ห้องพัก 7 ห้อง ราคา 500-3,500 บาท
ห้วยขาแข้งคันทรีโฮม รีสอร์ท 102 ม.8 ถ.บ้านไร่-ลานสัก ต.คอกควาย โทร. 0 1330 3260 , 0 1867 4967 โทรสาร 0 9815 0623 กรุงเทพฯ โทร. 0 2373 6351, 0 2373 6038
   
   


 

ชื่อร้านอาหาร

ที่อยู่ร้านอาหาร

อาหารแนะนำ

อำเภอเมือง

เกษรอาหารอีสาน เปิด 11.00-20.00 น. 26/17-19 ถ.รักการดี ต.อุทัยใหม่ โทร. 0 5651 2245 , 0 1475 0266
โกตี๋ข้าวมันไก่ เปิด 06.00-23.00 น 95 ถ.ท่าช้าง ต.อุทัยใหม่ โทร. 0 5651 2013, 0 1534 7739 (ร้านเชลล์ชวนชิม: ข้าวมันไก่และอาหารตามสั่ง)
ครัวเป๊ปซี่ เปิด 10.00-20.00 น. 113 ม.2 ถ.มโนรมย์-หนองฉาง กม.8 ต.ท่าซุง โทร. 0 5651 4489, 0 7203 8531 เปิด 10.00-21.00 น. (อาหารตามสั่ง)
ครัวริมสวน เปิด 10.00-24.00 น. 10/4 ถ.ศรีอุทัย ต.อุทัยใหม่ โทร. 0 5651 2025 เน้นปลาแรด
ครัวสะแกกรัง เปิด 10.00-21.00 น. 20/1 ถ.สะแกกรังออก ต.อุทัยใหม่ โทร. 0 5652 0126-28 โทรสาร 0 5652 0128 ( ปลาแม่น้ำ มีแพอาหาร)
ชมวิว เปิด 10.00-23.00 น. 173 ถ.รักการดี โทร. 0 5652 4492
ตุ๋ยปลาแรด เปิด 08.00-20.00 น. 278/19 ถ.ท่าช้าง ต.อุทัยใหม่ บขส.เก่า โทร. 0 5651 2375, 0 6928 7216 เน้นปลาแรด
นกน้อย เปิด 08.00-18.00 น. 146/2-3 ถ.ศรีอุทัย ตรงข้ามเทศบาลเมืองอุทัยธานี โทร. 0 5651 1952
บ้านสวนชลัมภ์ 3/3 ม.6 ต.สะแกกรัง โทร. 0 5652 4985-6 โทรสาร 0 5652 4987
พรทิพย์ เปิด 10.00-01.00 น. 291 ถ. วงศ์สาโรจน์ ตรงข้ามเทศบาลเมือง ต.อุทัยใหม่ โทร. 0 5651 1659, 0 6046 0269
พรหมท่าซุง เปิด 10.30-20.30 น. (ตรงข้ามวัดท่าซุง) 72 ม.1 ถ.อุทัย-มโนรมย์ ต.น้ำซึม โทร. 0 5651 1784, 0 5651 1982 ปลาแม่น้ำ
มุมสบาย เปิด 10.00-24.00 น. 92/1-2 ถ.เติบศิริ ต.อุทัยใหม่ โทร. 0 5651 1104 , 0 9566 6912
เรือนแพประมง เปิด 09.00-21.00 น. 25 แพคลองสะแกกรัง โทร. 0 5651 1996
ลำไยไอศกรีม เปิด 10.30.21.00 น. 6 ถ.มหาราช ต.อุทัยใหม่ โทร. 0 5651 1746, 0 1888 8970
เอสแอนด์ดับบลิว เปิด 19.00-23.00 น ตรงข้ามห้างสร้างวงษ์ 160/62 ถ.เติบศิริ โทร. 0 5652 4808

อำเภอทัพทัน

อาจารย์อดุลย์ เปิด 08.00-18.00 น. 1/2 ม.1 ถ.ทัพทัน-หนองฉาง กม.9 ต.ทัพทัน โทร. 0 5659 1080, 0 6935 4929

อำเภอลานสัก

แตนโภชนา เปิด 09.00-22.00 น. 362 ม.2 ถ.หนองฉาง-ลานสัก ห่างจาก รพ. ลานสัก ประมาณ 200 เมตร
   
       
 




 

วัดสังกัสรัตนคีรี  อุทัยธานี
            วัดสังกัสรัตนคีรี  เป็นวัดที่รู้จักกันดีในจังหวัดอุทัยธานี  ด้วยประเพณีตักบาตรเทโวช่วงเทศกาลออกพรรษาที่มีพระนับร้อยรูปลงมาบิณฑบาตจากยอดเขาสะแกกรับ  นอกจากนี้ความสำคัญของวัดแห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งล้วนเป็นที่เคารพบูชาของชาวอุทัยธานีรวมทั้งผู้ที่มาเยือนจากทุกสารทิศ เดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
            วัดสังกัสรัตนคีรี  ตั้งอยู่ที่เขาสะแกกรัง  มีหลักฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่อดีตกาล  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์หรือหลวงพ่อมงคลที่มีตำนานว่าเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่างๆ นั้น ทรงให้นำพระพุทธรูปองค์หนึ่งนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดขวิดแห่งอุทัยธานีด้วย  เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ศิลปะสุโขทัยขนาดใหญ่  ปางมารวิชัย  หน้าตักกว้าง  3 ศอก  เชื่อว่าสร้างในสมัยพระเจ้าลิไทย ซึ่งมีส่วนเศียรกับส่วนองค์พระ ที่มาจากคนละองค์กัน  สันนิษฐานว่าน่าจะได้มีการซ่อมแซมเป็นองค์เดียวกัน  ก่อนอัญเชิญมาไว้ที่เมืองอุทัยธานี ต่อมามีการยุบวัดขวิดไปรวมกับวัดทุ่งแก้ว  จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่วัดสังกัสรัตนคีรี  และมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเศียร  พร้อมกับถวายนามว่าพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง  นับแต่นั้นจึงได้กลายเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอุทัยธานี
            นอกจากนี้แล้วในบริเวณวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายเช่น มณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขาสะแกกรังสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2488 มีบันไดนาคทอดยาวลงมาสู่เชิงเขาและมณฑป และยังเป็นที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์ปฐมบรมราชชนก  ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ซึ่งประสูติที่เมืองสะแกกรังแห่งนี้อีกด้วย

สถานที่ตั้ง

            เขตเทศบาลเมือง จ.อุทัยธานี

ความเชื่อและวิธีการบูชา

            ชาวอุทัยธานีเชื่อกันว่าหากได้มากราบไหว้ขอพระพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ที่วิหารนมัสการพระพุทธบาทและสักการะพระราชนุสาวรีย์ปฐมบรมราชชนกบนยอดเขาสะแกกรังนี้แล้วพลานิสงส์ที่ได้คือ ความเป็นสิริมงคลความสำเร็จสมหวังในความปรารถนาประสบแต่ความสุขความรุ่งเรืองในชีวิต

เทศกาล งานประเพณี

            งานตักบาตรเทโววัดสังกัสรัตนคีรี ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน11 หรือเดือนตุลาคมของทุกปี (ออกพรรษา) จะมีพระสงฆ์กว่า  300 รูปออกบิณฑบาตโดยเดินลงบันไดกว่า 400 ขั้น จากยอดเขาสะแกกรัง นับเป็นงานตักบาตรเทโวที่สวยงาม และยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

   
   

เขาปฐวี จ.อุทัยธานี
                  เขาปฐวี อยู่ในตำบลตลุกดู่ เป็นเทือกเขาขนาดเล็กยาวประมาณ 750 เมตร สูง 253 เมตร มีลักษณะเป็นเทือกเขาหินที่เรียงซ้อนกันเป็นยอด ค่อนข้างสูงชัน มีถ้ำอยู่เรียงรายโดยรอบประมาณ 30 ถ้ำ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ เช่น ถ้ำประทุน ถ้ำบันได ถ้ำอ่าง ถ้ำช่องลม ถ้ำพุทธประวัติ ถ้ำปลา และถ้ำค้างคาว เป็นต้น
สามารถปีนไต่ตัวยอดเขาได้ บริเวณลานกว้างหน้าเขามีร่มไม้และฝูงลิงจำนวนมาก มีผู้คนนิยมมาเที่ยวชมฝูงลิงและชมถ้ำอยู่เสมอ เขาปฐวีนี้พบเครื่องมือหินและโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์

การเดินทาง จากอำเภอเมืองอุทัยธานีไปตามทางหลวงหมายเลข 3013 เข้าสู่อำเภอทัพทัน จากอำเภอทัพทันมีเส้นทางไปยังเขาปฐวีอีกเป็นระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 18 กิโลเมตร

เขาปฐวี จ.อุทัยธานี  
 

วัดเขาวงพรหมจรรย์
                   ตั้งอยู่ตำบลวังหิน เข้าทางเดียวกับวัดถ้ำเขาตะพาบแต่อยู่เลยมาประมาณ 7 กิโลเมตร และแยกเข้าซ้ายไปอีก 1 กิโลเมตร เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในหุบเขา 2 ลูก คือเขาวงและเขาพรหมจรรย์ มีถ้ำที่น่าสนใจอยู่หลายถ้ำ เช่น ถ้ำแจ้งมีแสงส่องถึง ถ้ำงูเหลือมมีงูเหลือมอาศัยอยู่หลายตัว ถ้ำน้ำมีน้ำขังตลอด ช่วงแล้งน้ำถึงเข่าช่วงฝนน้ำถึงอก ส่วนถ้ำเพชรถ้ำพลอย มีหินงอกหินย้อย เวลาสะท้อนแสงเป็นประกายแวววาวคล้ายเพชรพลอย การเข้าชมถ้ำแก้วและถ้ำเพชรต้องมีคนนำทาง ด้านขวามือมีชะง่อนหินสูงตั้งมณฑปขนาดเล็ก และไหล่เขาสร้างอุโบสถสวยงาม

 

   
   

เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
                 เนื่องจากมีพื้นที่ติดต่อกับ
เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เมื่อรวมกันของทั้งสองพื้นที่ ผืนป่าห้วยขาแข้งถือว่าเป็นเขตอนุรักษ์สัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ โดยมีพื้นที่ถึง ๖๒๒,๒๐๐๐ เฮกเตอร์ แม้ว่าเขตอนุรักษ์ทั้งสองแห่งจะมีหน่วยจัดการแตกต่างกัน ทั้งสองแห่ลก็ได้รับการประกาศให้เป็นมรดรโลกทั้งสองในปี ๑๙๙๑ จากองค์กรสหประชาชาติ

ประวัติความเป็นมา
                  เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าในวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕

พันธ์ุพืช
                  ทั้งพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้งมีพื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าชายเลน แหล่งน้ำจืด เช่น ทะเลสาบน้ำจืด บึง หนอง ทุ่งหญ้าสะวันน่า และลำธารอีกหลายแห่ง ซึ่งเหมาะสมสำหรับการขยายพันธ์

พันธุุ์สัตว์
                   เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เป็นอย่างดี จากจำนวน ๒๖๕ ชนิดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีถึง ๖๗ ชนิดที่พบในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าแห่งนี้
                   มีการพบควายป่า ๑ ฝูง ประมาณ ๒๐ ถึง ๔๐ ตัว (ซึ่งน่าจะเป็นเพียงฝูงเดียวในประเทศไทย) ในทางตอนใต้ของเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า แต่ยังไม่มีการพิสูจน์ชัดเจนว่าได้มีการผสมพันธ์ุข้ามสายพันธ์ุกับควายบ้านหรือไม่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกหลายชนิดที่อยู่ในภาวะคุกคาม ได้แก่ หมาป่า, เสือ, เสือดาว, ช้างเอเชีย,(มีอยู่ประมาณ ๑๕๐ ถึง ๒๐๐ ตัว) สมเสร็จ (ไม่ค่อยพบตัว พบแต่เพียงรอยเท้าในพื้นที่บางส่วนของเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า) กระทิงและวัวแดง มักเห็นได้ท่ัวไป แม้ว่าจะมีจำนวนลดลงในประเทศไทยเนื่องจากการล่า และมี otter อย่างน้อยสองชนิดที่มีการจำแนกสายพันธ์ุ ส่วนลิงมะคัคพบได้ในประเทศ เช่นเดียวกันกับลิงไพรเมทอื่นๆ 

ที่พัก
                   บริเวณกางเต้นท์และบังกะโลมีไว้ให้บริการที่สำนักงานและหน่วยเฝ้าระวังิอื่น ๆ

การเดินทาง
                   เดินทางโดยรถยนตร์จากบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ระยะเทาง ๗๐ กิโลเมตร ในหน้าแล้งไม่จำเป็นต้องใช้รถยนตร์ขับเคลื่อนสี่ล้อ(หน้าแล้งจากพฤศจิกายนถึงเมษายน)

การเดินทางสู่เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า
                    เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมีกฏเกณฑ์ที่เข้มงวดมากกว่าอุทยานแห่งชาติในการที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยว เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าได้กำหนดขึ้นเป็นพื้นที่ให้สัตว์ได้อยู่และ เคลื่อนที่อย่างสะดวกและโดยไม่มีการรบกวนอย่างดีที่สุด ดังนั้นจะเปิดต้อนรับเฉพาะเพื่อการทำวิจัยหรือเพื่อการศึกษา หรือ การทำงาานแบบอาสาสมัครเท่านั้น






 

 
  น้ำพุร้อนบ้านสมอทอง จ.อุทัยธานี

น้ำพุร้อนบ้านสมอทอง
                     ตั้งอยู่ที่บ้านสมอทอง ตำบลคอกควาย อยู่ในโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว เดิมเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติขนาดเล็กที่ผุดขึ้นมาผิวดิน เป็นน้ำใสและมีกลิ่นกำมะถันฉุนมีความร้อนขนาดต้มไข่สุกภายใน 5 นาที ไหลผ่านช่องเขาไปรวมกับน้ำในลำห้วยคอกควาย ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงให้เป็นบ่อน้ำพุร้อน และเป็นจุดชมทิวทัศน์ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม
การเดินทาง
                      สามารถเดินทางจากอำเภอหนองฉางสู่อำเภอบ้านไร่ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3282 (บ้านไร่-ลานสัก) ประมาณ 33 กิโลเมตร สังเกตเห็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่อยู่ทางขวามือตรงกลางหุบเขาพอดี เมื่อผ่านสะพานข้ามคลองไปได้สองสะพานจะมีทางแยกตรงทางโค้งเข้าสู่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้วไป 2 กิโลเมตร จะถึงบริเวณน้ำพุร้อนบ้านสมอทอง

   
   

วัดท่าซุง
                วัดท่าซุงนี่ตั้งมาก่อนสร้างกรุงศรีอยธยา 30 ปี พ.ศ.1863 ในยุคต้นของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อใหญ่องค์แรก ที่เป็นผู้สร้างวัด ชื่อปานเหมือนกับหลวงพ่อปานวัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รูปร่างหน้าตาใหญ่โต ท่านธุดงค์มาพบที่นี่เข้าแล้ว ก็เลยสร้าง วัดตรงนี้ ปลูกกุฏิหลังคามุงแฝกขึ้นมา 9 หลัง ในสมัยก่อนโน้นลำคลองนี้เป็นคลองเล็ก ลำคลองนี้มันโตสมัยที่มีเรือเมล์ เรือเขียว เรือแดงวิ่ง มีคลื่นตลิ่งมันก็พัง สมัยก่อนลำคลองเล็กใช้น้ำในคลองไไม่ได้ ต้องใช้น้ำในห้วยยเล็ก ๆ หลังวัดมีโบสถ์ขนาดเล็ก ภายในมีจิตรกรรม ฝา ผนังฝีมือช่างพื้นบ้าน เข้าใจว่าเขียนในสมัยหลังการสร้างวัด เป็นเรื่องพุทธประวัติ บางภาพต่อเติมจนผิดส่วน สมบัติอีกชิ้นหนึ่งของวัดคือ ธรรมาสน์ที่หลวงพ่อใหญ่สร้าง ที่วิหารมีพระปูนปั้นฝีมือพองามและมีลายไม้จำหลักขอบหน้าบันเหลืออยู่ 2 - 3 แห่ง ด้านตรงข้ามกับวัด เป็นปูชนียสถานแห่งใหม่ มีบริเวณกว้างขวางมาก พระราชมหาวีระ ถาวาโร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) พระเถระที่มีชื่อเสียงได้สร้างอาคารต่าง ๆ มากมาย เช่น พระอุโบสถใหม่ ภายในประดับและตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่างและประตูด้านในเขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาตัดลูกนิมิตพระอุโบสถแห่งนี้ บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้วและมีรูปหล่อหลวง พ่อปานและหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า มณฑป และ พระวิหารแก้ว ที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และศพของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ไม่เน่าเปื่อย
                วัดจันทาราม ตั้งชื่อตามอดีตเจ้าอาวาสชื่อจันท์ (ในสมัยพระนารายณ์มหาราช นายทหารชื่อจันท์กลับจากศึกเชียงใหม่ มาตาม
หาภรรยาไม่พบเลยมาบวชที่วัด ต่อมาเป็นสมภาร เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นวันจันทารามตามชื่อท่านสมภาร) หรืออีกชื่อหนึ่งที่ บุคคลทั่วไปนิยม เรียกว่าวัดท่าซุง เพราะในอดีตจังหวัดอุทัยธานี มีป่าไม้มาก จึงมีการขนส่งท่อนซุงมาลงท่าน้ำซึ่งมีแม่น้ำสะแกกรัง ไหลผ่านบริเวณวัดท่าซุง เพื่อผูกเป็นแพล่องไปตามแม่น้ำ ในปี พ.ศ. 2332 หลวงพ่อใหญ่ (องค์ที่สอง) ท่านได้ธุดงค์มาปักกลดชาวบ้าน ท่าซุงมีความเลื่อมใสศรัทธา มาก ได้นิมนต์ท่านอยู่ประจำที่วัดท่าซุงนี้ ท่านก็รับนิมนต์เป็นเจ้าอาวาส ที่วัดนี้มีท่านเพียงองค์เดียว ในตอนแรก สร้างเสนนาสนะเจริญรุ่งเรือง ในสมัยของท่าน และหลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระราชพรหมยาน ท่านได้บอกอีกว่า หลวงพ่อใหญ่ท่านบรรลุพระอรหันต์ที่วัดนี้อีกด้วย กล่าวคือ เมื่อมีชีวิตอยู่ท่านเป็นอนาคามี ก่อนจะมรณภาพท่านก็เป็นพระอรหันต์
               หลวงพ่อเส็ง (หลวงพ่อขนมจีน) ท่านเป็นผู้ช่วยหลวงพ่อใหญ่บูรณะวัดในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นเจ้าอาวาสต่อจาก
หลวงพ่อใหญ่ ท่านเป็นพระอรหันต์รูปที่ 2 ต่อจากหลวงพ่อใหญ่ วัดเจริญต่อมาจนถึงสมัยของหลวงพ่อเล่งและหลวงพ่อไล้ ท่านเป็นพี่น้องกัน ท่านเป็นพระทรงฌานทั้งสองรูป เมื่อจะมรณภาพทุกขเวทนามาก ท่านก็เห็นทุกข์ของการเกิด เป็นทุกข์เพราะร่างกาย เห็นคุณของคำสอนของ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ท่านก็เป็นพระอรหันต์ก่อนมรณภาพทั้งสองรูป ต่อจากนั้นก็ถึงยุคภิกขุพานิช วัดไม่ได้บูรณะมา 47 ปี จนกระทั่ง ถึงปี พ.ศ. 2511 หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) ได้มาริเริ่มบูรณะวัดอีกครั้ง
               อาคารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกันคือสร้างด้วยโมเสกสีขาวใสดูเหมือนแก้ว และยังมีปราสาททองคำ ศาลาฝึกสมาธิ อาคารแต่ละหลังจะมีเวลาเปิด-ปิดไม่ตรงกันและปิดช่วงกลางวัน วิหารแก้วจะเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00-11.45 น .และ 14.00-16.00 น.

การเดินทาง
                วัดท่าซุง ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลน้ำซึม สามารถเดินทางไปได้หลายวิธี 1)ไปตามทางสาย 3265 มุ่งตรงไปทางแพข้ามฟาก อำเภอมโนรมย์ ประมาณ 12 กิโลเมตร 2)รถโดยสารสายอุทัยฯ-ท่าซุง (สองแถวสีฟ้า) ค่าโดยสาร 8 บาท จากวัดท่าซุงต่อไปอีก 5 บาท จะถึงท่าเรือข้ามไปอำเภอมโนรมย์

รถยนต์
                 จากกรุงเทพฯสามารถเดินทางไปอุทัยธานีได้หลายเส้นทาง ได้แก่
1. จากถนนพหลโยธินผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาลงแพขนานยนต์ ที่อำเภอมโนรมย์ ผ่านวัดท่าซุง (วัดจันทาราม) ศาลากลางจังหวัด เข้าตลาดอุทัยธานี รวมระยะทางประมาณ 305 กิโลเมตร


2. จากทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท และแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 333 ตรงทางแยกท่าน้ำอ้อยบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 206 ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ผ่านหน้าโรงพยาบาลเลี้ยวซ้ายเข้าตลาดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทางประมาณ 222 กิโลเมตร

3. อีกเส้นทางหนึ่งเริ่มต้นจากถนนสาย 32 เช่นกัน เมื่อถึงประมาณกิโลเมตรที่ 30 (อยู่ในเขตจังหวัดอยุธยา)เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 334 และจากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 309 ไปตามเส้นทาง ข้ามสะพานจังหวัดอ่างทอง จากนั้นมาตามถนนสาย311ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี ผ่านจังหวัดชัยนาทที่อำเภอสรรพยา จากนั้นเลี้ยวเข้าเส้นทางหมายเลข 3183 เข้าจังหวัดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทางประมาณ 283 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง
                 บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถระหว่างกรุงเทพฯ-อุทัยธานีทุกวัน จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 กิโลเมตร 11 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศตั้งแต่เวลา04.30-17.50 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2936 2852 – 66 สถานีเดินรถอุทัยธานี โทร. 0 56511914, 0 56512859, 0 56511058 หรือ http://www.transport.co.th/

 
รถไฟ
                 ต้องโดยสารรถไฟไปลงที่สถานีนครสวรรค์ แล้วต่อรถประจำทางมายังอุทัยธานีอีกประมาณ 50 กิโลเมตร ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยบริการเดินทาง โทร. 1960, 0 2223 7010, 0 2223 7020 http://www.railway.co.th/

 
การเดินทางภายในจังหวัด
                 จะมีทั้งรถสองแถว และรถบัสประจำทางวิ่งตามเส้นทางต่างๆ เช่น อุทัยธานี-หนองฉาง อุทัยธานี-วัดสิงห์ อุทัยธานี-บ้านไร่ ลานสัก-สว่างอารมณ์-ทัพทัน บ้านไร่-คลองแห้ง เป็นต้น

 





 



 







 


 




 
   

   
    รถยนต์ 
จากกรุงเทพฯสามารถเดินทางไปอุทัยธานีได้หลายเส้นทาง ได้แก่

1. จากถนนพหลโยธินผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาลงแพขนานยนต์ ที่อำเภอมโนรมย์ ผ่านวัดท่าซุง (วัดจันทาราม) ศาลากลางจังหวัด เข้าตลาดอุทัยธานี รวมระยะทางประมาณ 305 กิโลเมตร

2. จากทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเซีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท และแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 333 ตรงทางแยกท่าน้ำอ้อยบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 206 ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ผ่านหน้าโรงพยาบาลเลี้ยวซ้ายเข้าตลาดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทางประมาณ 222 กิโลเมตร

3. อีกเส้นทางหนึ่งเริ่มต้นจากถนนสาย 32 เช่นกัน เมื่อถึงประมาณกิโลเมตรที่ 30 (อยู่ในเขตจังหวัดอยุธยา)เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 334 และจากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 309 ไปตามเส้นทาง ข้ามสะพานจังหวัดอ่างทอง จากนั้นมาตามถนนสาย311ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี ผ่านจังหวัดชัยนาทที่อำเภอสรรพยา จากนั้นเลี้ยวเข้าเส้นทางหมายเลข 3183 เข้าจังหวัดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทางประมาณ 283 กิโลเมตร 

รถโดยสารประจำทาง 
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถระหว่างกรุงเทพฯ-อุทัยธานีทุกวัน จากสถานีขนส่งหมอชิต 2 กิโลเมตร 11 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศตั้งแต่เวลา04.30-17.50 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2936 2852 – 66 สถานีเดินรถอุทัยธานี โทร. 0 56511914, 0 56512859, 0 56511058 หรือ
www.transport.co.th 

นอกจากนี้จากจังหวัดอุทัยธานียังมีรถโดยสารไปยังจังหวัดนครสวรรค์ สุพรรณบุรีและ นครปฐม 

รถไฟ
ต้องโดยสารรถไฟไปลงที่สถานีนครสวรรค์ แล้วต่อรถประจำทางมายังอุทัยธานีอีกประมาณ 50 กิโลเมตร ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยบริการเดินทาง โทร. 1960, 0 2223 7010, 0 2223 7020
www.railway.co.th 

การเดินทางภายในจังหวัด 
จะมีทั้งรถสองแถว และรถบัสประจำทางวิ่งตามเส้นทางต่างๆ เช่น อุทัยธานี-หนองฉาง อุทัยธานี-วัดสิงห์ อุทัยธานี-บ้านไร่ ลานสัก-สว่างอารมณ์-ทัพทัน บ้านไร่-คลองแห้ง เป็นต้น